ประโยชน์ของหน่อไม้ฝรั่ง อาหารเพื่อสุขภาพ ดีต่อสุขภาพ หน่อไม้ฝรั่งมีแหล่งกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก คาดว่าชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้นำมาปลูก หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินเค วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี6 วิตามินซี วิตามินเอ และ โฟเลต นอกจากนั้นยังมีเส้นใยอาหาร แมกนีเซียม ทองแดง ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และโปรตีน

หน่อไม้ฝรั่งช่วยรักษาโรคหลายอย่างได้แก่

1. ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

โฟเลต เป็นแร่ธาตุสำคัญที่พบในหน่อไม้ฝรั่ง โฟเลตมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบหลอดเลือดและหัวใจ เกี่ยวข้องกับกระบวนการเมธิเลชัน(Methylatuon) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาสำคัญต่างๆมากมายในร่างกาย เช่น กระบวนการคัดลอกดีเอ็นเอ และกระบวนการเปลี่ยนรูปของฮอร์โมนนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) ให้กลายเป็นอะดรีนาลิน และเซโรโทนิน เป็นเมลาโทนิน เมื่อกระบวนการเมธิเลชัน ดำเนินไปอย่างราบรื่น กรดอะมิโนเมธิโอนีน จะถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นโฮโมซิสเตอีน ซึ่งในไม่ช้าจะเปลี่ยนกลายเป็นซิสเตอีน ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนให้กลับมาเป็นเมธิโอนีนอีกครั้ง

โฟเลต มีความจำเป็นต่อกระบวนการเปลี่ยนโฮโมซิสเตอีนให้กลายเป็นซิสเตอีน เมื่อโฟเลตลดระดับลง ระดับของโฮโมซิสเตอีนจะเพิ่มขึ้น สภาวะดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจให้เพิ่มมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าการกินหน่อไม้ฝรั่งเพียงหนึ่งครั้งต่อวันจะทำให้ร่างกายได้รับโฟเลตในปริมาณที่แนะนำเกือบร้อยละ 66

2. ช่วยขับปัสสาวะ

หน่อไม้ฝรั่งอุดมไปด้วยโพแทสเซียม พบว่าหน่อไม้ฝรั่งจะมีคุณสมบัติเป็นยาขับปัสสาวะประสิทธิภาพสูงในอดีตหน่อไม้ฝรั่งจะถูกนำมาใช้ในการรักษาภาวะบวมที่พบในผู้ป่วย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และยังถูกนำมาใช้บำบัดอาการบวมน้ำในช่วงก่อนมีประจำเดือนอีกด้วย

3. เสริมสร้างการเจริญเติบโตของ แบคทีเรียที่มีประโยชน์

หน่อไม้ฝรั่งมีคาร์โบไฮเดรตชนิดพิเศษที่มีชื่อว่า อินูลิน ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายไม่อาจย่อยสลายได้ แต่จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ เช่นไบฟิโดแบคทีเรีย(Bifidobacteria)

และแล็กโตบาซิลลี(Lactobacilli) เมื่อกินหน่อไม้ฝรั่งในปริมาณที่พอเหมาะอย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียดังกล่าว นอกจากจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว แบคทีเรียที่มีประโยชน์ดังกล่าวยังช่วยขับไล่แบคทีเรียที่เป็นโทษที่แฝงตัวอยู่ในทางเดินลำไส้ให้ค่อยๆหมดไปด้วยเช่นกัน

4. ความพิการตั้งแต่กำเนิดของทารก

ภาวะขาดโฟเลตเป็นภาวะการขาดวิตามินที่พบมากที่สุดในโลก สำหรับผู้ที่คิดจะมีบุตรหรือกำลังอยู่ในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์ควรกินหน่อไม้ฝรั่งให้มากขึ้นหากปราศจากโฟเลตระบบประสาทของตัวอ่อนจะเกิดความผิดปกติในการแบ่งตัว การขาดโฟเลตในระหว่างตั้งครรภ์จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการผิดปกติ หรือความพิการตั้งแต่กำเนิดของทารกได้

วิธีเลือกซื้อและการเก็บรักษาหน่อไม้ฝรั่ง

แม้ว่าในขณะนี้จะมีการปลูกหน่อไม้ฝรั่งอย่างแพร่หลายไปแทบทุกมุมโลก หน่อไม้ฝรั่งที่กินได้โดยทั่วไปจะมีสีเขียว แต่ยังมีอีก 2 สายพันธุ์ที่มีสีขาวและสีม่วง ชนิดสีขาวจะมีรสชาติที่อ่อนละมุนมากกว่าชนิดสีเขียว เกิดจากการปลูกหน่อไม้ ให้พ้นแสงเพื่อยับยั้งกระบวนการสร้างสารคลอโรฟิลล์ ในขณะที่ฟันสีม่วงซึ่งจะมีกลิ่นฉุนมากกว่าชนิดสีเขียวและสีขาว มีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดสีม่วง อาจหายไปได้เองเมื่อนำมาปรุงด้วยความร้อนที่ยาวนานพอ

เมื่อต้องซื้อหน่อไม้ฝรั่ง ควรเลือกหน่อไม้ฝรั่งที่มีลำต้นกลม เลือกชนิดที่มีลำต้นแข็ง ผอม มีปลายปิดแน่นสีเขียวเข้ม หรือค่อนข้างม่วง หลีกเลี่ยงลำต้นที่อ้วนหรือบิดงอ โคนลำต้นต้องไม่แข็งมากเกินไป แม้ว่าปลายของโคนที่แข็งจะช่วยลดการสูญเสียน้ำได้มากก็ตาม เมื่อนำมาปรุงอาหารให้ตัดส่วนโคนที่แข็งออก จะทำให้กินได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อซื้อหน่อไม้ฝรั่งมาแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 1 ถึง 2 วัน เพราะจะทำให้ได้รับรสชาติและสารอาหารอย่างเต็มที่วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้องคือห่อด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำพอหมาดเก็บไว้ในตู้เย็น ในส่วนด้านหลังที่ไม่สัมผัสกับแสงไฟโดยตรง เพราะโฟเลต จะเสื่อมสภาพหากถูกอากาศ ความร้อนหรือแสง

ข้อควรรู้ในการปรุงอาหารด้วยหน่อไม้ฝรั่ง

อาหารที่ทำจากหน่อไม้ฝรั่งทั้งร้อนและเย็น ต่างก็ให้รถที่อร่อยลิ้นไม่แพ้กัน อย่างไรก็ตามก่อนที่จะลงมือปรุงเมนูใดๆ ควรตัดส่วนโคนซึ่งแข็งและเคี้ยวยากออกเสียก่อน ล้างด้วยน้ำเย็นเพื่อชะล้างดินทรายที่อาจมีดินอยู่ออกให้หมดเสียก่อน เนื่องจากสารแทนนินในหน่อไม้ฝรั่งจะทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กในภาชนะ ทำให้หน่อไม้ฝรั่งเปลี่ยนสีไปได้